วันเสาร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2556

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยโรมาเนีย


ความสัมพันธ์ทางการทูต


            ไทยกับโรมาเนียได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2516 โดยโรมาเนียได้เปิดสถานเอกอัครราชทูตที่กรุงเทพ ฯ เมื่อปี 2519 และไทยได้เปิดสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบูคาเรสต์ เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2523 ซึ่งนับตั้งแต่โรมาเนียได้เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งสองเป็นไปด้วยความราบรื่นมาโดยตลอด


ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ


การค้า

            ในปี 2552 การค้ารวมระหว่างไทย-โรมาเนียมีมูลค่า 91 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยไทยส่งออก 72.21 ล้านเหรียญสหรัฐ นำเข้า 18.79 ล้านเหรียญสหรัฐ ไทยได้เปรียบดุลการค้า 53.42 ล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งนี้ ในระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา มูลค่าการค้ารวมระหว่างไทยกับ โรมาเนียมีแนวโน้มเฉลี่ยเพิ่มขึ้นทุกปี โดยไทยได้ดุลการค้ามาตลอด
สินค้าที่ไทยส่งออก ได้แก่ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป เม็ดพลาสติก รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ยางพารา ผลไม้กระป๋องและแปรรูป วงจรพิมพ์ หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์พลาสติก เสื้อผ้าสำเร็จรูป เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ
สินค้าที่ไทยนำเข้า ได้แก่ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องใช้เบ็ดเตล็ด ไม้ซุง ไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์ เสื้อผ้าสำเร็จรูป เครื่องใช้ไฟฟ้า ผ้าผืน เคมีภัณฑ์ เครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์

           ไทยและโรมาเนียได้จัดตั้งกลไกส่งเสริมความร่วมมือทางด้านการค้าระหว่างกัน ซึ่งมีการลงนามพิธีสารจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมทางการค้า (Joint Trade Committee – JTC) เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2521 และมีการจัดประชุมมาแล้ว 10 ครั้ง ครั้งล่าสุด ฝ่ายไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมขึ้นระหว่างวันที่ 25-26 มิถุนายน 2544 ที่กรุงเทพฯ อย่างไรก็ดี เมื่อโรมาเนียเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป โรมาเนียได้ขอยกเลิกความตกลงการค้าที่ทำกับไทย เพื่อใช้นโยบายการค้าร่วมของสหภาพยุโรปแทน ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้เห็นชอบจัดทำความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจขึ้นแทน ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของฝ่ายไทย ทั้งนี้ ภายใต้ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจ จะมีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมทางเศรษฐกิจ (Joint Economic Commission-JEC) ซึ่งเป็นกลไกดูแลความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย-โรมาเนีย แทน JTC ต่อไป

           สำหรับภาคเอกชน ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามพิธีสารความร่วมมือระหว่างสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กับสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งประเทศโรมาเนีย เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2523 และต่อมาได้จัดตั้งสภาธุรกิจไทย-โรมาเนีย (Thailand-Romania Business Council) ภายใต้กรอบพิธีสาร เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2539 และได้มีการประชุมร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ ล่าสุด ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสภาธุรกิจไทย-โรมาเนีย ครั้งที่ 7 เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2548 และในปี 2550 โรมาเนียจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งที่ 8 ขึ้น ณ เมือง Constanta

           นอกจากนี้ยังได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างสภาธุรกิจ ไทย – โรมาเนีย กับหอการค้าและอุตสาหกรรมเมือง Giurgui ซึ่งเป็นเมืองชายแดนติดกับสาธารณรัฐบัลแกเรีย และหอการค้าและอุตสาหกรรมเมือง Vaslui ซึ่งเป็นเมืองชายแดนติดกับประเทศมอลโดวา เพื่อร่วมจัดตั้งศูนย์ค้าปลีก-ส่งสินค้าไทย เพื่อให้โรมาเนียเป็นศูนย์กระจายสินค้าของไทยในยุโรปตะวันออกและบอลข่าน และเป็นศูนย์ส่งออกสินค้าไทยไปยังประเทศในสหภาพยุโรปต่อไป

          สภาธุรกิจไทย – โรมาเนียได้นำนักธุรกิจไทยเข้าร่วมงานแสดงสินค้า TIBCO อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าที่ใหญ่ที่สุดของโรมาเนีย อาทิ เครื่องตกแต่งบ้าน เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป โดยจัดขึ้นทุกปีในช่วงปลายพฤษภาคม ถึงต้นเดือนมิถุนายน

การลงทุน

         ในช่วงระหว่างปี 2534-2549 มีนักธุรกิจไทยเข้าไปลงทุนในโรมาเนีย รวมทั้งสิ้นมูลค่า 12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 0.07 และอยู่ในอันดับที่ 44 ของการลงทุนจากต่างประเทศทั้งหมดในโรมาเนีย ในส่วนของการลงทุนของโรมาเนียในไทย มีการร่วมลงทุนระหว่างกลุ่มบริษัทเทพารักษ์ จำกัด กับบริษัท TMUCB S.A. ของโรมาเนีย ในกิจการติดตั้งอุปกรณ์เกี่ยวกับระบบท่อที่ใช้ในอุตสาหกรรมโดยมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับบริษัทไทย แต่มูลค่าไม่มากนัก และบริษัท Siderca S.A. Calarasi ของโรมาเนีย ได้แสดงความสนใจที่จะลงทุนร่วมกับกลุ่มบริษัทเทพารักษ์จำกัดของไทย ในการดำเนินกิจการอุตสาหกรรมเหล็กที่โรมาเนีย ในเดือนมิถุนายน 2551 จะมีพิธีเปิดศูนย์การค้าร่วมไทย-โรมาเนีย ที่เมืองจูจู้(Giurgiu) ชายแดนโรมาเนีย-บัลแกเรีย โดยประธานสภาธุรกิจไทย-โรมาเนีย (นายปรีชา ตรีสุวรรณ)

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก:
http://www.mfa.go.th/web/479.php?id=215

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น