วันอังคารที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ธงชาติโรมาเนีย

ธงชาติโรมาเนีย (โรมาเนียDrapelul României) เป็นธงสามสีซึ่งประกอบด้วยแถบริ้วแนวตั้ง 3 สี ประกอบด้วยสีน้ำเงิน สีเหลือง และสีแดงเรียงตามลำดับจากด้านคันธง ลักษณะโดยรวมของธงเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดกว้าง 2 ส่วน ยาว 3 ส่วน
รัฐธรรมนูญแห่งสาธารณรัฐโรมาเนีย[1]ได้ระบุถึงธงชาติโรมาเนียไว้ว่า “ธงของโรมาเนียเป็นธงสามสี แถบสีต่างๆ เรียงลำดับตามแนวตั้งโดยนับจากด้านคันธงไป ประกอบด้วยสีน้ำเงิน สีเหลือง สีแดง” สัดส่วนและระดับสีของธงแบบมาตรฐานได้ถูกกำหนดไว้พร้อมกับข้อปฏิบัติเกี่ยวกับธงโดยกฎหมายว่าด้วยธง ซึ่งได้ตราขึ้นในปี ค.ศ. 1994 และต่อมาได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมในปี ค.ศ. 2001
ลักษณะของธงดังกล่าวนี้พ้องกันอย่างยิ่งกับธงพลเรือนของอันดอร์ราและธงราชการของประเทศชาด โดยเฉพาะกรณีธงชาติของประเทศชาดนั้นต่างกันกับธงของโรมาเนียเพียงว่าประเทศชาดใช้โทนสีน้ำเงินที่เข้มกว่าของโรมาเนียเท่านั้น ความคล้ายคลึงดังกล่าวได้นำไปสู่การอภิปรายเรื่องนี้ในระดับนานาชาติ โดยในปี ค.ศ. 2004 ประเทศชาดได้ร้องขอให้องค์การสหประชาชาติวินิจฉัยในข้อปัญหาดังกล่าว แต่ประธานาธิบดีอีออน อีลีเอสคู (Ion Iliescu) ได้ประกาศในเวลาต่อมาว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ แก่ธงชาติโรมาเนีย[4] ธงอีกธงหนึ่งที่สัมพันธ์กับธงชาติโรมาเนียคือธงชาติมอลโดวา ซึ่งใช้พื้นสีธงแบบเดียวกับของโรมาเนีย แต่สัดส่วนความกว้างต่อความยาวของธงเป็น 1:2 มีใช้สีน้ำเงินในโทนที่อ่อนกว่าของโรมาเนีย และมีดวงตราแผ่นดินของมอลโดวาที่กลางธง

วันพฤหัสบดีที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2556

Palace of the paliarment

Palace of the paliarment

เวลาเราไปเที่ยวที่ไหน ก็มักจะไปที่แลนด์มารค์ของเมืองหรือของประเทศนั้นๆ ใช่ไหมครับ ถ้าไปฝรั่งเศสถ้าไม่ได้เห็นหอไอเฟลก็เหมือนไปไม่ถึงฝรั่งเศส ถ้าไปปักกิ่งก็ต้องไปดูพระราชวังต้องห้าม หรือ กำแพงเมืองจีน แลนด์มารค์ของเมืองไทยก็น่าจะเป็น วัดพระแก้วกับ พระปรางค์วัดอรุณ แล้วแลนมารค์ของปรเทศโรมาเนียคืออะไรล่ะ ในความคิดของผมคงเป็นพระราชวังเปเรส หรือปราสาทบราน แต่ถ้าเจาะจงไปที่กรุงบูคาเรสต์แลนมารค์ของเมืองนี้ที่ใครมาแล้วต้องมาเห็นมันคืออะไร แลนด์มารค์ของเมืองนี้อาจจะแปลกกว่าที่อื่น เพราะมันเป็นตึก ที่เพิ่งถูกสร้างมาเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้วนี้เอง ตึกที่เป็นแลนด์มารค์ของกรุงบูคาเรสต์ นี้มีชื่อว่า palace of Parliament ซึ่งเป็นตึกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป และใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากตึกเพนตากอนของสหรัฐอเมริกา 
ตึกนี้เป็นผลงาน ของนิโคไล เชาเชสคู ประธานาธิบดี และผู้เป็นดังทรราช ซึ่งเริ่มก่อสร้างในปี คริสต์ศักราช 1984 จนถึงปีแห่งการปฏิวัติโรมาเนีย 1989 ก็ยังสร้างไม่เสร็จ ตึกนี้มีห้องมากถึง 6,000 ห้อง ใช้คนงานในการก่อสร้างกว่า 30,000 คน และสถาปนิกกว่า 400 คน โดยแบ่งการทำงานเป็น 3 กะ ก่อสร้างตลอด 24 ชั่วโมง และทุกวันตลอด 5 ปี ในระหว่างการก่อสร้าง เชาเชสคูได้ไล่ประชาชนออกนอกพื้นที่ และยึดที่ดินโดยไม่จ่ายค่าตอบแทน ในระหว่างการก่อสร้าง เชาเชสคู ได้สร้างรั้วเพื่อไม่ให้ประชาชนมองเห็นการสร้างตึก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเมื่อสร้างตกเสร็จแล้วจะเปิดให้ประชาชนตื่นตะลึง ถามต่อไปว่าทำไมถึงต้องสร้างตึกใหญ่ขนาดนี้ ว่ากันว่าตอนที่เชาเชสคูไปเยือนเกาหลีเหนือ แล้วเห็นทำเนียบประธานาธิบดีที่นั่น ใหญ่โต ก็อยากให้ประเทศของตนเองมีบ้าง ก็เลยลงทุนสร้างตึกนี้เพื่อเป็นบ้านพักของตัวเอง และลูกสมุน ซึ่งในการสร้างตึกนี้ ใช้วัสดุในการก่อสร้างทั้งหมดในโรมาเนีย ถึงกับที่เมื่อมีคนตายก็ไม่มีหินอ่อนในการสร้างหลุมศพเพราะเอาหินอ่อนทั้งหมดมาสร้างตึกนี้ จุดเด่นของตึกนี้นอกจากความใหญ่โต แล้วสิ่งประดับข้างใน ก็อลังการเป็นอย่างมาก ทุกห้องมีการตกแต่งไม่เหมือนกัน ใช้โทนสีและสิ่งประดับที่ไม่เหมือนกัน เฉพาะพรมที่ใช้ก็น้ำหนักมากว่า 30 ตัน ว่ากันว่าพรมก็ต้องมาทอกันในนี้เลยเพราะต้องใช้พรมผืนใหญ่มาก ส่วนจุดเด่นสุดคือโคมไฟ ซึ่งมีขนาดใหญ่และก้านของโคมไฟใช้ทองคำแท้ในการทำ ซึ่งในช่วงการก่อสร้าง เชาเชสคูได้สั่งห้ามประชาชนมีทองในการประดับร่างกายแต่จะผ่อนผันให้ มีทองได้เฉพาะคนที่ต้องใส่ฟันปลอมที่ทำด้วยทองเท่านั้น 
ในช่วงที่เชาเชสคู เรืองอำนาจ ตั้งใจจะตั้งชื่อตึกนี้ว่า House of people แต่เมื่อเกิดการปฏิวัติก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็น palace of Parliament หลักจากการปฏิวัติสำเร็จ ก็มีการตั้งคำถามว่าจะเอาตึกนี้ไปทำอะไร บางคนเสนอทำบ่อน บางคนเสนอ ทำเป็นมหาวิทยาลัย แต่ก็มีคำถามกลับมาว่าจะเอานักพนันหรือนักศึกษาจากที่ไหน เพราะตึกนี้ใหญ่มาก ท้ายสุดแล้วก็ตกลงว่า ใช้ตึกนี้เป็น ที่ทำการของหน่วยงานรัฐบาล ห้างสรรพสินค้า ให้ประชาชนเช่าใช้สถานที่แท
และนี้ก็คือแลนด์มาร์ค ของกรุงบูคาเรสต์ ตึกที่ใหญ่ที่สุดที่สร้างจากคราบน้ำตาของประชาชนชาวโรมาเนีย palace of Parliament


วันเสาร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2556


ประวัตินิโคไล เชาเชสกุ (Nicolae Ceausescu)  ผู้นำคนสุดท้ายของคอมมิวนิสต์โรมาเนีย


ประวัตินิโคไล เชาเชสกุ (Nicolae Ceaușescu) 


ภาพ นิโคไล เชาเชสกุ (Nicolae Ceaușescu)

นิโคไล เชาเชสกุ (Nicolae Ceaușescu) เกิดเมื่อวันที่ 26 มกราคม ค.ศ. 1918และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ค.ศ. 1989 เขาเป็นชาวโรเมเนีย (Romanianและนักการเมืองในสายคอมมิวนิสต์ (Communist politician)เขาเป็นผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์โรเมเนียในช่วงปี ค.ศ. 1965 ถึง ค.ศ. 1989 มื่อระบอบคอมมิวนิสต์ล่มสลายไปพร้อมๆกันในยุโรป ในช่วงเขามีอำนาจ เขาเป็นเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์โรเมเนียในช่วงปี ค.ศ. 1965 ถึง ปี ค.ศ. 1989 และเป็นผู้นำมีอำนาจสูงสุดของประเทศในช่วงเวลาค.ศ. 1967 ถึง ค.ศ. 1989 ซึ่งเขาก็เป็นผู้นำคอมมิวนิสต์คนสุดท้าย

เขาเป็นผู้นำที่รับนโยบายเปิดสู่โลกยุโรปตะวันตกและสหรัฐอเมริกา ซึ่งต่างจากประเทศกลุ่มวอร์ซอว์ (Warsaw Pact states) อื่นๆในช่วงสงครามเย็น เขายังคงมีนโยบายต่อต้านนโยบายหลายอย่างของโซเวียต โดยเปลี่ยนแนวทางผู้นำโรเมเนียสมัยก่อนหน้าเขา คือ Gheorghe Gheorghiu-Dej ที่ทำให้โซเวียตถอนกำลังทหารออกจากโรเมเนียในปี ค.ศ. 1958


ภาพ นิโคไล เชาเชสกุ (Nicolae Ceaușescu)


แต่เมื่อนิโคไล เชาเชสกุได้ครองอำนาจ เขากลับมีความโหดร้ายและกดขี่มากยิ่งขึ้น โดยเปรียบเทียบ เขาเป็นผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ที่มีสไตล์ใกล้กับสตาลิน(Stalinistในกลุ่มโซเวียตมากที่สุด ซึ่งทำให้เกิดผลลัทธิคลั่งผู้นำ ระบบสายลับที่แทรกซึมไปทั่วทุกวงการ กัดกร่อนความตึงเครียด ตลอดจนความอดอยากยากแค้นไปทั่วประเทศโรเมเนีย ในช่วงการต่อต้านรัฐบาลของเขาที่เรียกว่า “การปฏิวัติเดือนธันวาคม ค.ศ. 1989” (December 1989 revolutionเชาเชสกุและรัฐบาลคอมมิวนิสต์ของเขาถูกโค่นล้มอย่างรวดเร็ว เขาและภรรยาอิลิน่า เชาเชสกุ (Elena Ceaușescu) ถูกตัดสินประหารชีวิตอย่างเร่งด่วนที่มีการออกรายการโทรทัศน์ โดยใช้เวลาศาลพิจารณาและตัดสินเพียง ชั่วโมง

หลังจากยุคหลังม่านเหล็ก (Iron Curtainโรเมเนียได้เริ่มเข้าสู่ยุคการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตย และตลาดทุนนิยมเสรี (Capitalist market economy) หลังการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง สภาพเศรษฐกิจและมาตรฐานการครองชีพที่เสื่อมถอยเป็นเวลา ทศวรรษ จึงได้มีการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และการปฏิรูปที่เริ่มได้ผล ในปี ค.ศ. 2010 โรเมเนียมีสถานะทางเศรษฐกิจในระดับกลางค่อนข้างสูง มีดรรชนีชี้วัดพัฒนาการมนุษย์ (Human Development Index – HDI) ที่สูง โรเมเนียได้เข้าร่วมองค์กรนาโต้ (NATOในวันที่ 29 มีนาคม คงศ.2004 เข้าร่วมสหภาพยุโรป (European Union – EU) วันที่ มกราคม ค.ศ.2007 และเป็นสมาชิกอีกหลายองค์การระหว่างประเทศ เช่นสหภาพกลุ่มลาติน (Latin Union), กลุ่มฟรังโกโฟนี (Francophonie), องค์การความมั่นคงและความร่วมมือแห่งยุโรป (Organization for Security and Co-operation in Europe - OSCE), องค์กรการค้าโลก (WTO), องคฺ์กรความร่วมมือของประเทศแถบทะเลดำ (Organization of the Black Sea Economic Cooperation -BSEC), และองค์การสหประชาชาติ (United Nations – UN)



การปฏิวัติของประชาชน โรมาเนีย

ตัวอักษรโรมาเนีย


Romanian (limba română/român)

Romanian is a Romance language spoken by about 24 million people in Romania, Moldova and Ukraine. Romanian retains a number of features of Latin, such as noun cases, which other Romance languages dispensed with a long time ago. Romanian contains many words taken from the surrounding Slavic languages, and also from French, Old Church Slavonic, German, Greek and Turkish.
Romanian first appeared in writing during the 16th century mainly in religious texts and other documents. The earliest known text in Romanian dates from 1521 and is a letter from Neacşu of Câmpulung to the mayor of Braşov. Neacşu wrote in a version of the old Cyrillic alphabet similar to the one for Old Church Slavonic, and which was used in Walachia and Moldova until 1859.
From the late 16th century a version of the Latin alphabet using Hungarian spelling conventions was used to write Romanian in Translyvania. Then in the late 18th century a spelling system based on Italian was adopted.
A version of the Cyrillic alphabet was used in the Soviet Republic of Moldova until 1989, when they switched to the Romanian version of the Latin alphabet.

Old Romanian alphabet

This version of the Latin alphabet was used during the transition from the Cyrillic to the Latin alphabets. It is still used, though mostly in church writings.
Old Romanian alphabet

Cyrillic alphabet for Romanian (16th century - 1860)

Cyrillic alphabet for Romanian (16th century - 1860)
Modern Romanian alphabet
A aĂ ă âB bC cD dE eF fG gH hI iÎ îJ jK k
aăâbecedeeefgehasiîca
L lM mN nO oP pR rS sȘ șT tȚ țU uV vX xZ z
elemenopeeresșîtețîuveicszet
Q (chiu), W (dublu ve) and Y (i grec) are also used, but mainly in foreign loanwords.

Romanian pronunciation

Romanian pronunciation
Notes on Romanian pronunciation

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยโรมาเนีย


ความสัมพันธ์ทางการทูต


            ไทยกับโรมาเนียได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2516 โดยโรมาเนียได้เปิดสถานเอกอัครราชทูตที่กรุงเทพ ฯ เมื่อปี 2519 และไทยได้เปิดสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบูคาเรสต์ เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2523 ซึ่งนับตั้งแต่โรมาเนียได้เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งสองเป็นไปด้วยความราบรื่นมาโดยตลอด


ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ


การค้า

            ในปี 2552 การค้ารวมระหว่างไทย-โรมาเนียมีมูลค่า 91 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยไทยส่งออก 72.21 ล้านเหรียญสหรัฐ นำเข้า 18.79 ล้านเหรียญสหรัฐ ไทยได้เปรียบดุลการค้า 53.42 ล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งนี้ ในระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา มูลค่าการค้ารวมระหว่างไทยกับ โรมาเนียมีแนวโน้มเฉลี่ยเพิ่มขึ้นทุกปี โดยไทยได้ดุลการค้ามาตลอด
สินค้าที่ไทยส่งออก ได้แก่ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป เม็ดพลาสติก รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ยางพารา ผลไม้กระป๋องและแปรรูป วงจรพิมพ์ หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์พลาสติก เสื้อผ้าสำเร็จรูป เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ
สินค้าที่ไทยนำเข้า ได้แก่ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องใช้เบ็ดเตล็ด ไม้ซุง ไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์ เสื้อผ้าสำเร็จรูป เครื่องใช้ไฟฟ้า ผ้าผืน เคมีภัณฑ์ เครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์

           ไทยและโรมาเนียได้จัดตั้งกลไกส่งเสริมความร่วมมือทางด้านการค้าระหว่างกัน ซึ่งมีการลงนามพิธีสารจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมทางการค้า (Joint Trade Committee – JTC) เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2521 และมีการจัดประชุมมาแล้ว 10 ครั้ง ครั้งล่าสุด ฝ่ายไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมขึ้นระหว่างวันที่ 25-26 มิถุนายน 2544 ที่กรุงเทพฯ อย่างไรก็ดี เมื่อโรมาเนียเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป โรมาเนียได้ขอยกเลิกความตกลงการค้าที่ทำกับไทย เพื่อใช้นโยบายการค้าร่วมของสหภาพยุโรปแทน ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้เห็นชอบจัดทำความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจขึ้นแทน ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของฝ่ายไทย ทั้งนี้ ภายใต้ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจ จะมีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมทางเศรษฐกิจ (Joint Economic Commission-JEC) ซึ่งเป็นกลไกดูแลความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย-โรมาเนีย แทน JTC ต่อไป

           สำหรับภาคเอกชน ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามพิธีสารความร่วมมือระหว่างสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กับสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งประเทศโรมาเนีย เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2523 และต่อมาได้จัดตั้งสภาธุรกิจไทย-โรมาเนีย (Thailand-Romania Business Council) ภายใต้กรอบพิธีสาร เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2539 และได้มีการประชุมร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ ล่าสุด ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสภาธุรกิจไทย-โรมาเนีย ครั้งที่ 7 เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2548 และในปี 2550 โรมาเนียจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งที่ 8 ขึ้น ณ เมือง Constanta

           นอกจากนี้ยังได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างสภาธุรกิจ ไทย – โรมาเนีย กับหอการค้าและอุตสาหกรรมเมือง Giurgui ซึ่งเป็นเมืองชายแดนติดกับสาธารณรัฐบัลแกเรีย และหอการค้าและอุตสาหกรรมเมือง Vaslui ซึ่งเป็นเมืองชายแดนติดกับประเทศมอลโดวา เพื่อร่วมจัดตั้งศูนย์ค้าปลีก-ส่งสินค้าไทย เพื่อให้โรมาเนียเป็นศูนย์กระจายสินค้าของไทยในยุโรปตะวันออกและบอลข่าน และเป็นศูนย์ส่งออกสินค้าไทยไปยังประเทศในสหภาพยุโรปต่อไป

          สภาธุรกิจไทย – โรมาเนียได้นำนักธุรกิจไทยเข้าร่วมงานแสดงสินค้า TIBCO อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าที่ใหญ่ที่สุดของโรมาเนีย อาทิ เครื่องตกแต่งบ้าน เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป โดยจัดขึ้นทุกปีในช่วงปลายพฤษภาคม ถึงต้นเดือนมิถุนายน

การลงทุน

         ในช่วงระหว่างปี 2534-2549 มีนักธุรกิจไทยเข้าไปลงทุนในโรมาเนีย รวมทั้งสิ้นมูลค่า 12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 0.07 และอยู่ในอันดับที่ 44 ของการลงทุนจากต่างประเทศทั้งหมดในโรมาเนีย ในส่วนของการลงทุนของโรมาเนียในไทย มีการร่วมลงทุนระหว่างกลุ่มบริษัทเทพารักษ์ จำกัด กับบริษัท TMUCB S.A. ของโรมาเนีย ในกิจการติดตั้งอุปกรณ์เกี่ยวกับระบบท่อที่ใช้ในอุตสาหกรรมโดยมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับบริษัทไทย แต่มูลค่าไม่มากนัก และบริษัท Siderca S.A. Calarasi ของโรมาเนีย ได้แสดงความสนใจที่จะลงทุนร่วมกับกลุ่มบริษัทเทพารักษ์จำกัดของไทย ในการดำเนินกิจการอุตสาหกรรมเหล็กที่โรมาเนีย ในเดือนมิถุนายน 2551 จะมีพิธีเปิดศูนย์การค้าร่วมไทย-โรมาเนีย ที่เมืองจูจู้(Giurgiu) ชายแดนโรมาเนีย-บัลแกเรีย โดยประธานสภาธุรกิจไทย-โรมาเนีย (นายปรีชา ตรีสุวรรณ)

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก:
http://www.mfa.go.th/web/479.php?id=215

กศน.เขตหนองแขมรับสมัครนักศึกษา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556

ถึงจะเป็นช่วงเทศกาลวันหยุดสงกรานต์ กศน.เขตหนองแขม ก็เปิดรับสมัครนักศึกษาตามปกตินะครับ หลักฐานการสมัคร
1.สำเนาบัตรประชาชน จำนวน 3 ใบ
2.สำเนาทะเบียนบ้านจำนวน 3 ใบ
3.วุฒิการศึกษาเดิมตัวจริงพร้อมสำเนา จำนวน 3 ใบ
4.รูปถ่ายขนาด 1.5 นิ้ว จำนวน 3 รูป
5.ใบรับรองแพทย์ จำนวน 1 ใบ
6.หลักฐานอื่นๆถ้ามี
อย่าลืมมาสมัครกันนะครับ